ศัลยกรรมปาก ลักษณะของริมฝีปากที่ดี

ศัลยกรรมปาก

มนุษย์ใช้ปากเป็นเครื่องมือสื่อสาร ปากจึงเปรียบเสมือนการประชาสัมพัมธ์ของบุคคลนั้น จะต้องมีลักษณะของริมฝีปากที่ดี
และมีสีแดงอมชมพู ขนาดของปากที่ได้มาตรฐาน ความกว้างของปาก จะมีขนาดกึ่งกลางลูกตาดำทั้งสองข้าง

รูปลักษณะของปากเป็นการบ่งบอกถึงความรู้สึกชีวิต  และจิตใจของเจ้าของริมฝีปากคู่นั้น บางคนปากคว่ำ มองดูแล้วเหมือนคนมีทุกข์
บางคนปากบาง   บางคนก็ปากหนาเกินไป หรือปากเบี้ยว มองดูแล้วก็ไม่สวยงาม  ไม่สมดุลกับใบหน้าอีกด้วย

ศัลยกรรมปากคืออะไร ?

ผู้ที่ควรสัลยกรรมปาก
– ผุ้ที่มีมุมปากไม่สวยงาม
– ผู้ที่มีมุมปากคว้ำลง ดูไม่ยิ้มแย้ม
– ผุ้ที่ต้องการให้ปากปากขึ้น
– ผู้ที่ริมฝีปากบินและล่าง ไม่สมส่วน

***หมายเหตุ ภาพก่อนหลังมีผลลัพธ์แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล

เตรียมตัวอย่างไรก่อนทำ ปากบาง ปากกระจับ

เตรียมตัวอย่างไรก่อนทำ ปากบาง ปากกระจับ
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา หรือ อาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบัน , แจ้งโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ฯลฯ ให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์ ก่อนและหลังการผ่าตัด เนื่องจากทำให้แผลหายยาก
  • ให้งดยาแอสไพริน (Aspirin), ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) และวิตามินอี หรือ อาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์
  • เตรียมปากให้ชุ่มชื้นด้วยการบำรุงริมฝีปากหรือทาด้วยลิปมันก่อนการผ่าตัด 2 สัปดาห์ เพื่อให้แผลมีการหายที่ดีและเร็วขึ้นหลังการผ่าตัด
  • แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากก่อนเข้ารับการผ่าตัด

ดูแลตนเองอย่างไรหลังทำ ปากบาง ปากกระจับ

  • ประคบด้วยความเย็นบริเวณริมฝีปากในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด เพื่อลดอาการบวม
  • ต้องรักษาความสะอาดภายในช่องปาก โดยบ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับบ้วนปากโดยเฉพาะหลังอาหารทุกมื้อ เพื่อป้องกันแผลผ่าตัดติดเชื้อจากเศษอาหารที่หมักหมม
  • ในช่วง 2 – 4 สัปดาห์แรก ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย รสไม่จัด งดของหมักดอง และแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงการพูดคุยใน 1 สัปดาห์แรก ควรรอแผลติดและแห้งสนิทเสียก่อน
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งและมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลหลังการรักษา
  • โดยทั่วไปประมาณ 2 สัปดาห์ รูปทรงของปากจะเริ่มเข้าที่ และคงรูปสวยหลังจากทำไปแล้วประมาณ 6 เดือน
  • หลังการ ทำปากบาง อาจจะมีอาการปากชาอยู่ประมาณ 1-2 เดือน หลังจากนั้นอาการชาจะลดน้อยลงและหายไปเอง

คนที่มีรูปปากแบบไหนไม่เหมาะทำ ปากบาง ปากกระจับ

  • ลักษณะปากที่ยิ้มแล้วเห็นเหงือกเยอะ ต้องทำการผ่าตัดหรือเลเซอร์เหงือกออกก่อน ถึงจะ ทำปากบาง ปากกระจับ ได้ มิเช่นนั้นจะทำให้ยิ้มเห็นเหงือกมากขึ้น
  • หากมีลักษณะของปากที่บางมากอยู่แล้ว ไม่แนะนำทำ ปากบาง เพราะจะทำให้ริมฝีปากบางมากขึ้น เวลายิ้มจะมองไม่เห็นริมฝีปาก

สำหรับคนที่มีมุมปากตก หากต้องการ ทำปากบาง ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูลักษณะของปากก่อน หากไม่ได้ตกจากความสูงวัย ก็สามารถทำได้ หลังทำแล้วจะทำให้มุมปากยกขึ้นดูเหมือนปากยิ้มมากขึ้น

ส่วนปัญหาที่มักจะข้องใจกันก็คือ หากกำลังจัดฟันอยู่จะ ทำปากบาง ได้หรือไม่ ในกรณีนี้แพทย์จะ ทำปากบาง ให้ต่อเมื่อฟันที่จัดเริ่มเข้าที่บ้างแล้ว หรือต้องจัดฟันเกิน 1 ปีขึ้นไป โดยจะต้องไปให้ทันตแพทย์ปรับลวดให้เรียบร้อยก่อน เพราะหลัง ทำปากบาง จะต้องรออย่างน้อย 2 เดือนจึงจะปรับลวดได้ แต่ถ้าเพิ่งเริ่มจัดฟันโดยยังมีปัญหาฟันล่างครอบฟันบน หรือฟันยื่น แพทย์จะยังไม่ทำผ่าตัดให้

***หมายเหตุ ภาพก่อนหลังมีผลลัพธ์แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล

การตกแต่งริมฝีปาก ทำยังไงดี ?

การตกแต่งริมฝีปาก ทำยังไงดี ?

ตกแต่งริมฝีปาก

การทำศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปากบาง ปากกระจับ ปัจจุบันเคยเป็นกระแสนิยมอย่างมากในบ้านเรา เพราะหลายคนมองว่า ริมฝีปากบาง ทำให้ใบหน้าดูอ่อนหวานมีเสน่ห์ และสาวที่มีปากกระจับนั้นจะดู เซ็กซี่ เวลายิ้มหรือพูด

ดังนั้นการตกแต่งริมฝีปาก โดยเฉพาะริมฝีปากบน ไม่เพียงนิยมทำในคนที่มีริมฝีปากหนาเท่านั้น บางคนที่มีขนาดริมฝีปากปกติแต่ไม่ได้รูป ก็มาตกแต่งริมฝีปากให้ดูเข้ารูปขึ้น เช่น การทำปากรูปเป็นปีกนกหรือรูปปากกระจับ บางคนมองว่าจะทำให้ดูเหมือนคุณมีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา แม้ขณะที่มีอารมณ์ปกติ

แต่การตกแต่งริมฝีปาก ก็มีข้อจำกัดอยู่เช่นกันค่ะ เช่น ในคนไข้รายที่มีฟันยื่น กรามใหญ่ เนื้อฟันน้อย เนื้อเหงือกมากจนปิดปากไม่สนิท หรือมีริมฝีปากบางอยู่แล้ว ก็อาจไม่เหมาะที่จะมาทำการตกแต่งริมฝีปาก โดยเฉพาะริมฝีปากล่าง เพราะหลังทำอาจทำให้เห็นเหงือกชัดเจนขึ้นเวลายิ้ม หุบปากไม่สนิท หรือกลายเป็นคนเม้มปากอยู่ตลอด ฉะนั้น คนไข้จะต้องไปปรึกษากับศัลยแพทย์ตกแต่งเพื่อพูดคุยถึงความต้องการของตัวท่านเอง และให้ศัลยแพทย์ได้ประเมินโครงสร้างเสียก่อน ว่าเหมาะที่จะทำได้มากน้อยแค่ไหน

กรณี ของริมฝีปากที่หนาหรือห้อยดูไม่สวยนั้น บางรายเกิดจากความผิดปกติของฟันหรือกระดูกของฟันบนและล่างด้วย การแก้ไขจึงต้องดูที่สาเหตุและแก้ไขให้ตรงจุดจึงจะได้ผลดีตามที่ต้องการ

ข้อสำคัญ การที่คุณจะมีริมฝีปากเรียวสวยหรือไม่นั้น คือควรเลือกศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำอยู่เป็นประจำและได้ผลดี โดยอาจขอดูภาพผลงานที่ผ่านมาของแพทย์นั้นๆ

การผ่าตัดตกแต่งริมฝีปาก

– ทำแผลวันละ 1-2 ครั้ง ด้วยไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือล้างแผล
– หลังผ่าตัดควรทานอาหารเหลว จากนั้น 2-3 วันสามารถทานอาหารอ่อนได้
– ดื่มน้ำโดยใช้หลอด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือทานอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด

– ประคบเย็น 3 วันแรก หลังจากนั้นประคบอุ่นประมาณ 1 สัปดาห์- ห้ามใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บแผลในปาก
– ระมัดระวังเวลายิ้มอย่ากว้างในช่วงแรก
– งดออกกำลังกายประมาณ 1-2 สัปดาห์
– งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3 สัปดาห์หลังการผ่าตัด

***หมายเหตุ ภาพก่อนหลังมีผลลัพธ์แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล

รวม 8 เรื่องควรรู้ก่อนสักปาก สาว ๆ คนไหนที่กำลังนึกอยากจะไปสักปากชมพูให้ดูน่าจุ๊บละก็ รีบมาศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เก็บไว้ก่อนดีกว่า รู้ก่อน เตรียมตัวไว้จะได้อุ่นใจยังไงล่ะคะ

สักปากชมพู

ในยุคปัจจุบันนี้สาว ๆ หันมาทำศัลยกรรมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสริมดั้ง กรีดตาสองชั้น อัปไซส์อึ๋ม หรือแม้แต่การ สักปากชมพู เพื่อเพิ่มสีสันบนริมฝีปากให้ดูสว่างใสน่าจุ๊บ หรือสักปากเพื่อปรับขอบปากให้ได้รูปยิ่งขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งการทำศัลยกรรมที่สาว ๆ นิยมมากในตอนนี้ โดยเฉพาะสาวที่มีริมฝีปากดำคล้ำ แต่การสักปากก็ไม่ได้ทำง่าย ๆ เหมือนการซื้อลิปสติก ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนคิดจะทำ ว่าปลอดภัยหรือไม่อย่างไร เพราะหากพลาดแล้ว ริมฝีปากอาจเน่าได้ค่ะ

และหากสาว ๆ คนไหนที่กำลังวางแผนอยากจะไปสักปากชมพูกับเขาบ้างละก็ วันนี้กระปุกดอทคอมก็มีคำแนะนำดี ๆ พร้อมกับข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการสักปากอมชมพูมาฝากสาว ๆ ทุกคนแล้ว รู้ก่อน เตรียมตัวไว้จะได้อุ่นใจ พอถึงเวลาสักปากจริง ๆ จะได้ไม่เกิดความวิตกกังวลค่ะ ^_^

1. การสักปากชมพู คืออะไร

การสักปาก คือ การฝังสี หรือ เพนต์ ด้วยวิธีการสักสีลงไปที่บริเวณริมฝีปากโดยแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้วยเครื่องมือสักตามแต่ละคลินิกหรือสถานที่นั้น ๆ เลือกใช้ ปัจจุบันมีเฉดสีให้เลือกหลากหลาย ทั้ง สีส้ม สีแดง สีชมพู ไปจนถึงการสักแบบไล่เฉด เหมือนกำลังทาทินต์หรือลิปจิ้มจุ่มยังไงอย่างงั้น ส่วนค่าใช้จ่ายนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละที่ โดยเริ่มตั้งแต่ที่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาทค่ะ

2. เตรียมตัวอย่างไรก่อนสักปาก

เมื่อตัดสินใจเลือกสถานที่สักปากได้แล้ว ก็ถึงขั้นตอนการเตรียมตัวค่ะ ซึ่งขอแนะนำว่าให้งดกินวิตามินหรืออาหาเสริมทุกชนิดก่อนสักปาก 1 สัปดาห์ เพราะวิตามินหรืออาหารเสริมบางตัวอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าได้ นอกจากนี้ควรหมั่นทาลิปมันบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นล่วงหน้า 2 สัปดาห์ และเมื่อถึงวันสักปากก็ควรกินอาหารให้เรียบร้อย เพราะการสักปากใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง และไม่สามารถดื่มน้ำหรือกินอาหารได้ในขณะนั้น

3. ขั้นตอนการสักปากชมพู

เมื่อสาว ๆ เลือกสีสันที่ต้องการจะสักปากได้แล้ว ก็จะเป็นขั้นตอนของการทายาชาบริเวณริมฝีปากค่ะ ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ยาชาจึงเริ่มออกฤทธิ์ แล้วจึงเริ่มสู่กระบวนการสักปากชมพู เนื่องจากการสักปากใช้เวลาค่อนข้างนาน หากรู้สึกว่ายาชาเริ่มอ่อนฤทธิ์ หรือรู้สึกเจ็บที่ริมฝีปาก ให้แจ้งแพทย์หรือผู้สักทันทีเพื่อฉีดยาชาเพิ่มเติมค่ะ

4. สักปากกี่วันหาย

หลังสักปากเสร็จ บางรายอาจรู้สึกตึง ๆ เจ็บที่ริมฝีปาก และมีอาการบวมประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือในบางรายอาจบวมประมาณ 1-2 วัน โดยหลังจากสักปากเสร็จจะได้สีปากคล้ายกับการทาลิปสติกสีที่เราเลือกไปในครั้งแรก จากนั้นในช่วงวันที่ 2 ริมฝีปากก็จะค่อย ๆ ลอกออก ใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน ปากจึงจะลอกหมด และได้สีปากจริง ๆ ที่อ่อนลงกว่าสีที่เราสักในตอนแรกเล็กน้อย บางรายสีปากอาจยังไม่สม่ำเสมอ ซึ่งต้องรอให้ริมฝีปากผลัดเซลล์ผิวจนเข้าที่ก่อน ภายในระยะเวลา 2-3 เดือน จึงจะได้สีปากที่ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ

5. หลังสักปากโดนน้ำได้ไหม

สำหรับสาว ๆ ที่เพิ่งไปสักปากชมพูมา และกำลังกังวลว่าสักปาก แปรงฟันได้ไหม ขอบอกเลยว่าไม่ต้องกลัวว่าริมฝีปากจะสัมผัสน้ำไม่ได้นะคะ เพราะว่ายังสามารถอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน และบ้วนปากได้ตามปกติ เพียงแต่อาจหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาบ้วนปากหรือยาสีฟันที่มีฤทธิ์รุนแรง ไม่งั้นอาจแสบริมฝีปากได้  โดยหลังจากล้างหน้า บ้วนปากเสร็จแล้ว ให้ใช้กระดาษทิชชู่ซับปากเบา ๆ จนแห้งค่ะ

6. วิธีดูแลตัวเองหลังสักปาก

          หากรู้สึกบวมเจ็บที่ริมฝีปากแนะนำให้กินยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด ลดบวม และใช้ผ้าปิดแผลไว้ ทั้งนี้ควรทายารักษาแผลจากการสักปากซึ่งแพทย์จะเป็นผู้จ่ายยาให้ หรือทาวาสลีนเจล ก็จะช่วยให้แผลสักปากหายเร็วขึ้น ทาเป็นประจำจนกว่าแผลที่แห้งจะลอกออกหมด (ระยะเวลา 3-7 วัน) ที่สำคัญห้ามแคะ แกะ เการิมฝีปากเด็ดขาด รวมถึงควรงดกินอาหารที่มีรสจัด ของหมักของดอง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่ปากยังลอกไม่หมด นอกจากนี้ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ และหมั่นรักษาความสะอาดด้วยการบ้วนปาก และใช้น้ำเกลือเช็ดริมฝีปาก หลังรับประทานอาหารทุกครั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

สักปากชมพู


7. สักปากชมพู อยู่ได้นานแค่ไหน

หลังสักปากชมพูได้สักระยะ แผลที่สักปากจะเริ่มลอก และเริ่มเห็นสีได้ชัดเจนบางส่วนแต่ยังไม่สม่ำเสมอ ควรรอให้แผลลอกหมดก่อน จึงจะเห็นสีปากทั้งหมด ซึ่งสีจะติดประมาณ 30-50% บางรายที่มีริมฝีปากคล้ำมาก อาจต้องทำการสักซ้ำอีกครั้งเพื่อความสมบูรณ์ แต่โดยส่วนมากช่างสักหรือแพทย์จะนัดสักปากซ้ำหลังจากสักไปแล้วประมาณ 3 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาของสีที่สักปาก จะอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับเทคนิคความเชี่ยวชาญ วัสดุเครื่องมือ ราคาต้นทุน และปัจจัยประกอบอื่น ๆ ค่ะ

8. ข้อดี ข้อเสีย เมื่อเปรียบเทียบกับการแก้ไขปัญหาปากดำด้วยวิธีอื่น ๆ

จะเห็นได้ว่าการสักปากนั้นเป็นวิธีที่ช่วยเปลี่ยนสีปากให้สวยขึ้นได้ตามใจสั่ง แถมยังอยู่ทน อยู่นานติดริมฝีปากไปตลอด โดยไม่ต้องง้อลิปสติก ซึ่งจะว่าไปก็คล้าย ๆ กับการเลเซอร์ปากชมพู ส่วนข้อเสียอาจเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายที่มีราคาสูง รวมไปถึงผลข้างเคียงหลังการสัก เช่น การอักเสบบวมแดงอยู่หลายอาทิตย์ ซึ่งหากสาว ๆ อยากสวย ก็ต้องยอมเจ็บตัวเป็นธรรมดา แต่อย่างไรก็ต้องคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจนะคะ

เมื่อสาว ๆ ได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการสักปากชมพูแล้ว ก็หวังว่าคงทำให้รู้สึกมั่นใจ และมีความพร้อมมากขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจสักปากนะคะ ทั้งนี้ก็ควรเลือกสักปากกับคลินิกที่น่าเชื่อถือและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่หลงเชื่อการสักปากราคาถูก ที่อาจใช้วัตถุดิบไม่มีคุณภาพ ไม่ปลอดภัย และอาจส่งผลเสียต่อริมฝีปากสวย ๆ ของคุณได้ค่ะ

***หมายเหตุ ภาพก่อนหลังมีผลลัพธ์แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล
***หมายเหตุ ภาพก่อนหลังมีผลลัพธ์แตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล